นิทานแห่งพงไพร (In Time)

posted on 08 Nov 2011 13:50 by sprouts in MyMovie directory Entertainment
 
     ในที่สุดก็หลวมตัวโดนน้องสาวกับหม่อมแม่ลากไปดูจนได้ กับหนังภาพยนตร์ที่คาดว่าคงมีหลายคนไปดูกันแล้ว กับ In Time: ล่าเวลาสุดนรก หรือที่เรียกๆกันว่าคนจนตายก่อนนั่นเอง
 
 
     นับได้ว่าเป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องที่แปลก แหวกแนวอย่างไม่น่าเชื่อ...
 
     เรื่องราวในโลกอนาคตอันใกล้ เมื่อประชากรโลกถูกควบคุมจำนวน โดยที่อายุของมนุษย์จะถูกกำหนดให้หยุดแค่ 25 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นจะต้องใช้เงินแลกซื้ออายุ เวลากลายเป็นสิ่งมีค่ามหาศาล บุคคลที่ร่ำรวยสามารถซื้อหาเวลาให้กับชีวิตของตัวเองให้สามารถมีชีวิตอยู่ไป ได้ตลอดกาล แต่สำหรับคนยากจนอาจจะแก่ตายด้วยอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น

(ขอบอกเลยว่า ผู้หญิงที่ยืนเรียงกันสามคนนั้น คือย่า แม่ และลูก OoO ถ้าเป็นแบบในเรื่องนี้นะ จะจีบใครก็ระวังๆกันหน่อยหล่ะ ปล.ชายใส่สูทข้างก็อายุเกินร้อยนะ)

 
     นับว่าเป็นการเปลี่ยนจากค่าเงินเป็นค่าชีวิตแทน เมื่อไหร่เวลาหมด ชีวิตก็จบ และไม่ใช่แค่การซื้อขายแลกอายุเท่านั้น แม้แต่การปล้นเวลากันก็ปรากฏอยู่ในเรื่อง
 
 
     โดยตัวเอกของเรื่องคือ วิล ซาลาส (จัสติน ทิมเบอร์เลค) หนุ่มวัย 28 จากสลัม ได้ช่วยเหลือชายที่มีอายุกว่า 100 ปี แล้วได้รู้ความจริงจากชายคนนั้นว่า เวลามีพอสำหรับทุกคน แต่คนส่วนน้อยที่จะได้เป็นอมตะ คนส่วนใหญ่จะต้องตาย เท่านั้นยังไม่พอ วิล ยังได้รับเวลา 100 ปีจากชายคนนั้นที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อ
 

     หลังจากเสียแม่และเพื่อนรักไป วิลจึงเข้าไปปะปนในสังคมไฮโซจนได้พบกับนางเอกสาว ซิลเวีย เวย์อิส (อแมนด้า แซย์ไฟร์ด) หญิงสาวที่เบื่อการใช้ชีวิตแบบจำเจ (อารมณ์คุณหนูขี้เบื่ออ่ะ)
 
 
     และหนังแอคชั่นคงเป็นหนังแอคชั่นไปไม่ได้ถ้าไม่มีการต่อสู้ โดยในเรื่องนี้มีตำแหน่งสุดเก๋คือ Time Keeper หรือผู้ควบคุมเวลา ที่ออกตามไล่ล่าพระเอกในข้อหาฆาตกรรมและขโมยเวลา

 
     ก็คล้ายๆตำรวจตามจับโจรนั่นแหละ แต่ว่าตัว Time Keeper ไม่ได้เป็นตำรวจที่เน้นการป้องกันภัยให้ประชาชน ออกแนวเป็นคนควบคุมให้แวลาอยู่ในเขตแต่ละเขต เหมือนย่านคนรวยมีเวลาเฉลี่ยนคนละหลายร้อยปี แต่ย่านสลัมมีได้ไม่เกินคนละเดือน และห้ามให้เวลาจากในย่านคนรวยหลุดไปยังย่านคนจน
 

     และแล้วการไล่ล่าก็เป็นไปตามสไตล์หนังแอคชั่นสุดมันส์ โดยพระเอกนางเอกจับมือแทคทีมกันเป็นผู้ก่อการร้าย ขโมยเวลามาแจกจ่ายให้คนจนเพื่อทำลายระบบที่แสวงหาผลประโยชน์นี้
 
     นับว่าเป็นหนังเรื่องนี้มีความโดดเด่นในด้านเนื้อเรื่องที่แปลกใหม่ มีการนำเสนอสังคมที่มีคนรวยและคนจน การแบ่งแยกชนชั้น ความเอารัดเอาเปรียบในสังคม นับว่าเป็นการเสียดสีสังคมปัจจุบัน แต่ทว่าก็มีข้อด้อยที่ตรงเนื้อเรื่องเช่นเดียวกัน เพราะเนื้อเรื่องค่อนข้างเป็นแบบสูตรสำเร็จ ไม่มีการพลิกล็อก หักมุม คิดอย่างไร ทำอย่างนั้น ซึ่งกลายเป็นหนังที่เดาเนื้อเรื่องได้ง่ายเกินไปจนทำให้ความสนุกลดลง
 
คะแนนภาพยนตร์ 8/10
 
  

Comment

Comment:

Tweet