ลำนำแห่งแดนดิน (ภูเก็ต)

posted on 07 Nov 2011 17:39 by sprouts in MyTravel directory Travel, Diary
 
 
     กลับมาบ้านแล้วววววว
 
     "กรุงท่วมมหานคร น้ำนองรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุทธยาคันดินถล่ม พบน้ำทะลักราชธานี บุรีรมย์ จมราชนิเวศน์ มหาสถาน ดอนเมืองวิมานรัฐบาลสถิต อยากจะย้ายไปไหน ตอนนี้คงไม่มีสิทธิ์"
 
     เอ๊ะ! ผิดรึเปล่า ไม่เป็นไร อินเทรนตามสถานการณ์บ้าง
 
 
     หลังจากหนีไปพักพิงที่ภูเก็ต 2 สัปดาห์กว่า (15 วันพอดี แบบว่า เป๊ะอ่ะ!) เนื่องด้วยมหาอำนาจของสายชลที่โกรธเกรี้ยว ชำระล้างบ้านเมืองทั่วแดนดิน อีกทั้งยังอุตส่าห์เก็บกักสารจุลินทรีย์นานาชนิดไม่ให้หายไปไหนจนส่งกลิ่นที่หอมหวนชวนดอมดม ไม่เพียงพบเจอตามท้องถนนเท่านั้น ยังแวะมะทักทายตามก๊อกน้ำและฝักบัว หม่อมแม่อดรนทนไม่ไหว มีพระบัญชาบินลงภูเก็ต ณ บัดนาว จึงได้ออกเดินทางไปภูเก็ต ในวันที่ 23 ตุลาคม 2554 เวลา18.50 น. ด้วยสายการบินไทย ไฟร์ท TG223 (บอกทำไม??)
 
 
     เดินทางมาถึงปุ๊บพระบิดาและท่านพี่ก็มารับ 3 ชีวิตที่รอนแรม ซมซาน หนีน้ำ (ที่ยังไม่ถึงบ้าน) ไปพักที่โรงแรมในทันใด
 
     โรงแรม ANDAKIRA ในหาดป่าตอง
 
 
 
โลโก้โรงแรมค้าบ
 
 
หน้าโรงแรม
 
 
สระว่ายน้ำอยู่ชั้น 2 ด้วยแหละ
 
 
     จากที่เกริ่นตั้งแต่แรกแล้วว่าหนีน้ำมา (ฮา) เพราะฉะนั้นการมาครั้งนี้แทบไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย วันๆอยู่แต่ในห้อง นั่งเล่นคอม ว่ายน้ำไปเรีื่อยๆ แต่ก็มีบ้างที่มีโอกาสได้ออกไปเปิดหุเปิดตา (อุอุ)
 
อันดับ 1 แหลมพรหมเทพ
 
 
    สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต มีทัศนียภาพที่สวยงาม และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่ได้รับความนิยม สุดปลายของแหลมพรหมเทพ มีชื่อว่าแหลมเจ้า บริเวณตัวแหลมซึ่งยื่นออกไปในทะเล มีลักษณะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยต้นตาลที่ขึ้นอยู่กลุ่มใหญ่
 
     ถึงแม้ว่าจะดังเพราะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยมาก แต่ตอนที่ไปเป็นหน้ามรสุม เมฆมาก (รอให้ตายยังไงก็ไม่เห็นหรอกนะ พระอาทิตย์ตกหน่ะ) ก็เลยมากันตอนบ่ายนี่แหละ ฟ้าสว่างโร่ แถมคนยังน้อยอีกต่างหาก (ไม่ใช่เวลาพีคของมัน >o<) แม้จะไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตก แต่วิวที่แหลมนี่ก็ยังคงสวยงามเหมือนเดิม
 
 
 
 
อันดับ 2 ตลาดบ้านซ้าน (ตลาดแถวโรงแรม)
 
     ก็ไม่ใช่อะไรหรอก แค่ว่าแถวๆโรงแรมมีตลาดนี้อยู่แล้ว ไม่รู้จะกินอะไรก็เลยพาพี่ๆน้องๆญาติๆ ยกพวกกันไปหาอะไรกินกันที่นี่แหละ
 
     ตลาดบ้านซ้านนี่ถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างมีชื่อในเมืองภูเก็ตอยู่เหมือนกัน โดยตอนกลางวันจะเป็นตลาดสด (ไม่ได้ไปตอนนี้หรอกนะ แค่ไปชะเง้อดูข้างในตอนมันปิดแล้ว) ส่วนตอนกลางคืนจะกลายเป็นตลาดโต้รุ่ง มีของกินมากมายหลายอย่างเลยทีเดียว ตั้งแต่ของคาวยันของหวาน แถมยังมีเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า ขายด้วยนะ
 
 
     สนามมวยใกล้ๆกับตลาด ขายฝรั่งมากมายอ่ะ ที่นั่งธรรมดา 1000 บาท ที่นั่ง VIP ช่างมันไปได้เลย 555 มีชกแทบทุกวัน เลยนะ
 
 
ในตลาดจ้า คนเดินเยอะมาก ทั้งคนไทย ฝรั่ง จีน เกาหลี อินเดีย เดินกันให้พรึบ
 
 
เยอะจริงๆนะ
 
 
ซื้อกันมากินเยอะมากอ่ะ โดยเฉพาะไก่ทอด (ของเค้าเด็ดจริง)
 
 
ยำแหนมคลุกกับบะหมี่ก็มีนะ
 
อันดับ 3 หาดป่าตอง
 
 
     พอหมดที่เที่ยวก็เลยไปที่เที่ยวสุดคลาสสิคก็คือริมทะเลหรือชายหาดนั่นเอง (ฮ่าฮ่า) แต่หาดป่าตองนี่ไม่เหมือนพัทยานะ เพราะมีแต่ชาวต่างชาติเต็มไปหมดเลย นั่งเพลินๆนึกว่าอยู่ต่างประเทศ น้ำก็ใส ทรายก็สวย
 
 
     กิจกรรมของหาดในภูเก็ต มีทั้งเจ็ทสกี พาราชูต (ที่กางร่มบินบนฟ้าให้เรือลากอ่ะ) แล้วก็มีบานานาโบ๊ทประปราย แต่ราคานี่ไม่ธรรมดานะ ต้องไปคุยกับเค้ากันเองว่าขอราคาคนไทยไม่งั้นได้เป็นโรคทรัพย์จางแน่ๆ
 
 
ของเล่นเด็กแถวๆนั้น เลยแอบไปถ่ายมา สวยๆ
 
 
     สรุปไม่ได้เล่นน้ำ นอนกินลมชมวิว ถ่ายรูป เดินเล่นไปเรื่อย (แค่เปลี่ยนที่ชิวววว)
 
     จบทริป 15 วันที่ภูเก็ต สุดท้ายก็กลับมาบ้านเกิดเมืองนอน โดยสายการบิน นกแอร์ (เอ่อ ไปการบินไทย ทำไมกลับนกแอร์หล่ะหม่อมแม่) ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2554 เวลา 10.45 ไฟร์ท DD6475 (ยังจะบอกอีก)
 
     บทสรุปการหนีน้ำครั้งนี้ ตลอด 15 วัน ที่บ้านแห้งสนิท น้ำซักหยดก็ไม่มี คาดว่าต้องรีบเตรียมอาหารแห้ง เรือ น้ำดื่มเอาไว้เตรียมตัวรับน้ำท่วมในเร็ววัน (จะให้ไปภูเก็บทำไมครับ หม่อมแม่ TToTT)

Comment

Comment:

Tweet